วิดีโอไฮไลต์วารสารที่ดินชัวร์ ฉบับที่ 3 (เสียงบรรยายสร้างด้วย AI)

สัปดาห์นี้มี 3 เรื่องที่กระทบเงินและสิทธิของคนซื้อ-ขายที่ดินโดยตรง: แผนเวนคืนที่ดินทำแก้มลิงโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ ติดที่ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ไม่เคยมีผลบังคับ; น้ำท่วม 8 เขตทำให้บ้านจัดสรรเหลือขายกว่า 6,000 หน่วยในโซนเสี่ยงต้องถูกจับตา และคอนโดกว่า 1,000 ยูนิตเลื่อนเปิดตัว; และราชกิจจานุเบกษาประกาศยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน มีผล 1 ต.ค. 2569

กฎหมายเวนคืน / ที่ดินกรุงเทพฯ ตะวันออกเรื่องที่ 1/3

แก้มลิงโซนตะวันออก กทม.: พ.ร.ฎ.เวนคืนค้างท่อตั้งแต่ปี 2559–60 ไม่เคยมีผลบังคับ — ที่ดินแปลงเป้าหมายกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรแล้ว

ฐานเศรษฐกิจรายงาน (30 ก.ย. 2569) ว่าแผนขุดบึงรับน้ำหรือ "แก้มลิง" 6 แห่งในโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ ความจุรวมราว 5–6 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รวมกว่า 400 ไร่ ต้องหยุดชะงักที่ขั้นการเวนคืน เพราะพระราชกฤษฎีกาเวนคืนค้างท่อมาตั้งแต่ปี 2559–2560 และไม่เคยออกประกาศใช้จริง จึงไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย ขณะที่พื้นที่เป้าหมายหลายแปลงถูกพัฒนาเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับหรูไปแล้ว ราคาที่ดินจึงพุ่งสูง ผู้ประกอบการคัดค้านเพราะมีลูกบ้านซื้ออยู่อาศัยแล้ว ด้านผู้ว่าราชการ กทม. ชี้แจงตามรายงานของสื่อ (1 ต.ค. 2569) ว่างบเวนคืนสูงราว 1.1 หมื่นล้านบาท ไม่คุ้มค่า จึงต้องใช้แนวทางอื่น และปฏิเสธว่าไม่ได้ยกเลิกโครงการ เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า "ที่ดินที่รัฐหมายตา" กับ "ที่ดินที่อยู่ในแนวเวนคืนตามกฎหมาย" เป็นคนละสถานะกัน และผู้ซื้อต้องตรวจให้ชัดก่อนวางเงิน

ทำไมต้องรู้

  • ผู้ซื้อที่ดิน/บ้านโซนตะวันออก: ข่าวว่า 'จะเวนคืน' ไม่เท่ากับ 'มีพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแล้ว' — ตรวจกับหน่วยงานและราชกิจจาฯ ว่าแปลงอยู่ในแนวหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อหรือกู้
  • เจ้าของที่ดิน: หากถูกเวนคืนจริงมีสิทธิได้ค่าทดแทนที่เป็นธรรม โดยเทียบราคาตลาด ราคาประเมินทางราชการ และสภาพทรัพย์ — เก็บโฉนด แผนที่ และหลักฐานการใช้ประโยชน์ไว้ให้ครบ
  • นายหน้า: ห้ามโฆษณาว่าแปลงใดจะถูกเวนคืนหรือไม่ถูกเวนคืนโดยไม่มีหนังสือยืนยันจากหน่วยงาน — ข้อมูลผิดพลาดเสี่ยงถูกผู้ซื้อเรียกค่าเสียหายภายหลัง

แหล่งข่าว

น้ำท่วม / บ้านจัดสรร / กฎหมายจัดสรรเรื่องที่ 2/3

น้ำท่วม 8 เขตกรุงเทพฯ ตะวันออก: บ้านจัดสรรเหลือขายกว่า 6,000 หน่วยในโซนเสี่ยง — เช็กระดับดิน-ระบายน้ำก่อนจอง และสิทธิเมื่อบ้านชำรุด

ฐานเศรษฐกิจรายงาน (29 ก.ย. 2569) ว่าน้ำท่วม 8 เขตของกรุงเทพฯ ได้แก่ ลาดกระบัง บางกะปิ มีนบุรี สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม คลองสามวา และสายไหม โดยโซนคลองสามวา–มีนบุรี–ลาดกระบังมีบ้านจัดสรรเหลือขาย 4,512 หน่วย และโซนบึงกุ่ม–สะพานสูงอีก 1,974 หน่วย วันที่ 1 ต.ค. 2569 Savills (ประเทศไทย) รายงานว่าคอนโดมิเนียม 3 โครงการ กว่า 1,000 ยูนิต ในฝั่งตะวันออกเลื่อนเปิดตัวเพื่อประเมินความเชื่อมั่นผู้ซื้อ ส่วนสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) โดยนายกสมาคมเตือนเมื่อ 2 ต.ค. 2569 ว่าน้ำท่วมขังไม่ได้มาจากฝนหนักอย่างเดียว การถมดินในโครงการจัดสรรขนาดใหญ่อาจเปลี่ยนเส้นทางน้ำธรรมชาติ และพื้นที่ท้ายโครงการที่ต่ำกว่าหน้าโครงการ 1.00–1.50 เมตร เสี่ยงเป็นแอ่งรับน้ำ ผู้ซื้อจึงควรประเมินระดับดิน ทิศทางไหลของน้ำ และระบบระบายน้ำโดยรอบก่อนตัดสินใจ ด้านบริษัท LPN Development ร่วมกับ LPP Property Management ตั้ง War Room ดูแลลูกบ้านใน 290 โครงการ

ทำไมต้องรู้

  • ผู้ซื้อบ้านจัดสรร/คอนโดโซนตะวันออก: ขอดูแผนผังโครงการที่ได้รับอนุญาต ระดับถนน-ระดับแปลง และประวัติน้ำท่วมจากนิติบุคคลหรือเพื่อนบ้านก่อนวางเงินจอง — อย่าตัดสินใจจากภาพโฆษณา
  • ผู้ขาย/เจ้าของบ้านมือสอง: ต้องเปิดเผยประวัติน้ำท่วมและความชำรุดที่รู้อยู่ให้ผู้ซื้อทราบ ผู้ขายยังต้องรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องแม้ไม่รู้ ภายในอายุความ 1 ปีนับแต่ผู้ซื้อพบเห็น
  • นายหน้า: บันทึกประวัติน้ำท่วมและระดับดินของทรัพย์ในเอกสารเสนอขายทุกครั้ง และเก็บหลักฐานว่าแจ้งผู้ซื้อแล้ว — ลดความเสี่ยงถูกอ้างว่าปกปิดข้อมูลสำคัญ

แหล่งข่าว

ราชกิจจานุเบกษา / ที่ดินเกษตรกรเรื่องที่ 3/3

ราชกิจจาฯ ประกาศยุบ 'สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน' มีผล 1 ต.ค. 2569 — สคทช.รับช่วงสัญญาชั่วคราว หาหน่วยรับต่อใน 1 ปี

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 (ไทยพีบีเอส ระบุว่าอ้างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบัน พ.ศ. 2554 มาตรา 40 วรรคสอง) โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) จะเข้ามาดูแลเอกสาร บัญชี สัญญา และภารกิจที่ค้างอยู่กับเกษตรกรเป็นการชั่วคราว และต้องหาหน่วยงานรัฐรับช่วงต่อให้เสร็จภายใน 1 ปี มีคณะกรรมการชำระบัญชี 5 คน (ประชาชาติธุรกิจรายงาน 29 ก.ย. 2569) ขณะที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการยุบ และมีรายงานว่านายกรัฐมนตรีรับข้อเรียกร้องเรื่องที่อยู่อาศัยและธนาคารที่ดินในการพบเครือข่ายเมื่อ 5 ต.ค. 2569

ทำไมต้องรู้

  • เกษตรกร/ผู้เช่า-ผู้ซื้อที่มีสัญญากับธนาคารที่ดิน: สัญญายังไม่สิ้นสุดเพียงเพราะหน่วยงานถูกยุบ — เก็บสัญญา ใบเสร็จ และหลักฐานการชำระเงินไว้ให้ครบ และสอบถามคู่สัญญาปัจจุบันที่ สคทช. เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ผู้ซื้อ/นายหน้าที่เจอที่ดินที่อ้างว่า 'ผ่านโครงการธนาคารที่ดิน': ตรวจสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดและขอสำเนาสัญญา เพื่อดูว่ามีภาระผูกพัน สัญญาเช่า หรือเงื่อนไขการโอนค้างอยู่หรือไม่ ก่อนวางมัดจำ
  • เจ้าของที่ดินที่ให้เช่าในโครงการ: หากเป็นสัญญาเช่าเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียน — ตรวจว่าจดทะเบียนครบ เพื่อให้สิทธิผูกพันผู้รับโอนต่อไป

แหล่งข่าว

ตัวเลขตลาดที่ควรรู้สัปดาห์นี้

  • Savills ประเทศไทย (1 ต.ค. 2569): ไตรมาส 3 มีคอนโดเปิดใหม่ 8 โครงการ 3,737 ยูนิต มูลค่า 46,340 ล้านบาท แต่ 3 โครงการ กว่า 1,000 ยูนิต ในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เลื่อนเปิดตัวเพราะน้ำท่วม
  • ฐานเศรษฐกิจ (29 ก.ย. 2569): บ้านจัดสรรเหลือขายในโซนน้ำท่วม — คลองสามวา–มีนบุรี–ลาดกระบัง 4,512 หน่วย และบึงกุ่ม–สะพานสูง 1,974 หน่วย
  • ย้ำเตือน (ข่าว ครม. 30 มิ.ย. 2569): ค่าโอน-ค่าจดจำนองยังลดเหลือ 0.01% สำหรับบ้าน คอนโด ที่ดิน ที่ราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา มีผลถึง 30 มิ.ย. 2570 — ใครจะโอนทรัพย์ราคาใกล้เพดานควรคำนวณก่อนนัดโอน

ต้องการสอบเขต วัดระดับแปลง ซ้อนแนวโฉนดกับแผนที่โครงการ หรือตรวจแนวเขตก่อนซื้อ-ขาย? ทีมช่างรังวัดเอกชนเอ็นเจกรุ๊ปพร้อมให้คำปรึกษาฟรี

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี โปรดตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินหรือที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save